NieR: Automata เกมแอ็กชัน RPG เนื้อเรื่องลึก ที่เล่นจบแล้วยังคิดถึง

Browse By

ถ้าพูดถึงเกมที่เล่นแล้วไม่ได้แค่ “มันส์” แต่ดันเผลอคิดเรื่องชีวิต คำว่า “ตัวตน ความหมาย เหตุผลที่ยังมีชีวิตอยู่” หลังจากปิดเกมไปแล้วอีกหลายวัน ชื่อของ NieR: Automata เกมแอ็กชัน RPG เนื้อเรื่องลึก ต้องติดลิสต์แน่นอน เกมที่หน้าตาเหมือนแอ็กชันลุยหุ่นยนต์ธรรมดา แต่จริง ๆ คือรถไฟเหาะทางอารมณ์+ปรัชญาชีวิตที่อำพรางตัวมาในชุดเมดแว่นดำกับดาบใหญ่ ๆ

ในเกมเราจะรับบทเป็นแอนดรอยด์สาว แอนดรอยด์หนุ่ม และหญิงสุดดุ ไปสู้กับกองทัพเครื่องจักรแทนมนุษย์ ส่วนในชีวิตจริง หลายคนก็มีอีกโหมดลุ้นของตัวเอง ไม่ว่าจะลุ้นงาน ลุ้นสอบ ลุ้นผลบอล หรือสายบันเทิงออนไลน์ที่คุ้นชื่ออย่าง ยูฟ่าเบท ไว้เปลี่ยนบรรยากาศจากดาบแอนดรอยด์เป็นสกอร์ในสนามจริง แต่ไม่ว่าเราจะลุ้นในโลกดิจิทัลแบบ NieR หรือโลกจริง นิสัยที่ต้องมีเหมือนกันคือ “รู้ลิมิต” ไม่งั้นจากเกมดราม่าในจอ อาจกลายเป็นดราม่าชีวิตจริงขึ้นมาซะงั้น 😅


ทำความรู้จัก NieR: Automata แบบเข้าใจเร็ว

NieR: Automata เป็นเกมแอ็กชัน RPG จากทีม PlatinumGames ร่วมกับผู้กำกับสายหลุดโลก Yoko Taro ที่ชอบทำเรื่องดราม่าใส่หน้ากากยิ้ม ๆ ใส่คนเล่น

ภาพรวมคร่าว ๆ คือ

  • แนวเกม: แอ็กชัน RPG มุมมองบุคคลที่ 3
  • โทน: ไซไฟดิสโทเปีย + ปรัชญาชีวิต + ดราม่าหนัก
  • เกมเพลย์: แอ็กชันเร็ว ๆ ผสมบูลเล็ตเฮล (กระสุนเกลื่อนจอ) เปลี่ยนมุมกล้องไปมา
  • โครงเรื่อง: ต้องเล่นหลายรอบ (Route A, B, C, D, E) ถึงจะเห็นภาพครบ
  • จุดเด่น: เนื้อเรื่องลึก ดนตรีโคตรเพราะ ตัวละครน่าจดจำ และ “คำถาม” ที่ฝากไว้ในหัวหลังจบเกม

นี่คือเกมที่หลายคนพูดตรงกันว่า

“ถ้าให้เรียง Top เกมที่ทำให้รู้สึกอะไรบางอย่างกับชีวิต NieR: Automata ต้องอยู่ในนั้นแน่ ๆ”

ไม่ใช่เพราะมันยากที่สุด หรือระบบลึกที่สุด แต่เพราะทุกอย่างมันถูกผูกกันแบบ “เล่นไป ขำบ้าง เหงาบ้าง และจบด้วยการนั่งเงียบ ๆ มองจอทีวีพักใหญ่”


เนื้อเรื่องหลัก: สงครามแอนดรอยด์ vs เครื่องจักร ที่ไม่มีคำว่าดำ–ขาวจริง ๆ

พื้นฐานของ NieR: Automata เกมแอ็กชัน RPG เนื้อเรื่องลึก คือโลกอนาคตที่มนุษย์ “หนีไปอยู่บนดวงจันทร์แล้ว”

  • โลกถูกยึดครองโดย Machine Lifeform (เครื่องจักรที่เหมือนหุ่นยนต์มีชีวิต)
  • มนุษย์จึงสร้าง แอนดรอยด์จากหน่วย YoRHa ให้กลับมาทวงโลกคืน
  • เราเล่นเป็นหนึ่งใน YoRHa ที่ต้องไปสู้กับเหล่า Machine บนโลก

ตัวละครหลักชุดแรกที่เราเจอคือ

  • 2B – แอนดรอยด์สาวสวมชุดดำ ผ้าปิดตา ถือดาบใหญ่ หน้านิ่ง เท่จัด
  • 9S – แอนดรอยด์หนุ่มสายสแกนเนอร์ พูดเยอะ ขี้สงสัย ชอบถามเหตุผลของทุกอย่าง

ตอนเริ่มเกม ทุกอย่างดูง่ายมาก

มนุษย์ดี → แอนดรอยด์เป็นพระเอก
Machine เลว → ต้องล้มมันหมด

แต่พอเล่นไปเรื่อย ๆ เราจะเจอว่า

  • Machine บางกลุ่มเริ่ม “ทำตัวเหมือนคน” เช่น รวมกลุ่มกันตั้งหมู่บ้าน พยายามเรียนรู้ภาษา รู้สึกกลัวความตาย
  • แอนดรอยด์บางคนเริ่ม “สั่นคลอนความเชื่อ” ว่าจริง ๆ แล้วเราสู้ไปเพื่ออะไร
  • ความจริงเกี่ยวกับมนุษย์ หน่วย YoRHa และสงครามครั้งนี้มันไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น

เนื้อเรื่องไม่ได้เล่าผ่านคัตซีนยาว ๆ อย่างเดียว แต่แทรกผ่าน

  • บทสนทนาระหว่าง 2B กับ 9S ระหว่างเดินเล่น
  • Log เอกสารที่เราเก็บได้
  • มุมมองที่เปลี่ยนไปของตัวละครเมื่อเราเล่น Route ถัด ๆ ไป

ผลคือ พอถึงตอนหลัง เราจะเริ่มถามตัวเองแบบเดียวกับตัวละครว่า

“งั้นที่สู้มาทั้งหมดนี่…เพื่ออะไร?”

และนี่แหละ จุดที่เกมเริ่มขึ้นชื่อเรื่อง “บาดหัวใจเกมเมอร์” แบบแท้จริง


โครงสร้างการเล่าเรื่อง: ทำไมต้องเล่นหลาย Route

ใครที่เคยได้ยินว่า “NieR: Automata ต้องเล่นหลายรอบนะ ถึงจะจบจริง ๆ” แล้วงง ๆ ว่าคืออะไร มันเป็นแบบนี้

เกมแบ่งออกแบบหยาบ ๆ เป็น

  • Route A – เล่นด้วยมุมมองของ 2B
  • Route B – เล่นด้วยมุมมองของ 9S (ช่วงเวลาเดียวกับ Route A แต่เห็นอีกด้านหนึ่ง)
  • Route C/D/E – ต่อจากตอนจบของ A/B เป็นเหตุการณ์ “หลังจากนั้น”

ตอนจบของ Route A แค่ทำให้เราเห็นว่า

“อ๋อ เรื่องมันประมาณนี้”

แต่ Route B จะทำให้เรา

“อ๋อออออ ไอ้ที่เห็นใน Route A คือมันแบบนี้นี่เอง”

และพอเข้าช่วง C/D/E คือ

“เฮ้ย เรื่องมันไม่ใช่แค่นี้แล้วเว้ยยยยย”

ซึ่งตอนจบสุดท้าย (Ending E) ถือเป็นหนึ่งใน Ending ที่คนทั้งโลกเรียกว่า “โคตรสวยงาม” ทั้งในเชิงเกมเพลย์ เมสเสจ และการสื่อสารกับผู้เล่น

สรุป: อย่าคิดว่าเล่นจบ Route A แล้วคือจบนะ นั่นแค่ “ครึ่งแรกของเรื่อง” เท่านั้นเอง


ระบบเกมเพลย์: แอ็กชันลื่น ๆ ผสมบูลเล็ตเฮลเปลี่ยนมุมกล้องตลอด

เกมเพลย์คือหัวใจใหญ่อีกดวงของ NieR

แม้เนื้อเรื่องจะดราม่าหนัก แต่การกดเล่นจริง ๆ คือ “โคตรมัน”

การต่อสู้พื้นฐาน

  • โจมตีเบา/หนัก
  • หลบ (Dodge) ที่ถ้ากดจังหวะดี ๆ จะกลายเป็น Perfect Dodge แล้วต่อคอมโบได้
  • ยิงด้วย Pod – หุ่นลอยตามหลังเรา ยิงกระสุน/ใช้สกิลพิเศษได้

ความรู้สึกคือ

  • ตัวละครเคลื่อนที่เร็ว ฟันแล้วลื่นไหลไม่สะดุด
  • หลบแบบแฟลชหายตัวแว้บเดียวไปโผล่อีกฝั่ง เท่มาก
  • มีจังหวะที่เปลี่ยนฉากเป็นเหมือนเกม Hack & Slash ตะลุยศัตรูยกฝูง

บูลเล็ตเฮล (Bullet Hell)

บางฉากจะเปลี่ยนจากแอ็กชันธรรมดาเป็น

  • ศัตรูยิงลูกกลม ๆ /ลูกสี่เหลี่ยม/ลำแสง เต็มจอ
  • เราต้องวิ่ง/หลบ/ยิงสวน เหมือนเล่นชูตติ้งสมัยก่อน

เกมยังชอบเปลี่ยนมุมกล้อง เช่น

  • จาก 3D ปกติ → กลายเป็นมุมด้านข้าง (Side-scrolling)
  • จากด้านข้าง → กลายเป็นมุม Top-down ยิงรัว

ฟีลคือเกมคอยเซอร์ไพรส์เราเรื่อย ๆ ว่า “เออ มุมนี้ก็เล่นได้” ทำให้ไม่เบื่อง่าย

ระบบเลเวลและอาวุธ

  • เราเก็บ EXP จากการฆ่าศัตรู → อัปเลเวล
  • ใช้อาวุธได้หลายแบบ เช่น ดาบเล็ก ดาบใหญ่ หอก ค้อน ฯลฯ
  • อาวุธแต่ละชิ้นมีเรื่องเล่าของตัวเอง (Weapon Story) เปิดทีละขั้นเมื่ออัปเกรด

คนที่เป็นสายอ่าน Lore จะชอบมาก เพราะแค่เลื่อนอ่านประวัติอาวุธก็ได้รู้เรื่องโลกนี้แทรก ๆ เพิ่มขึ้นอีก


ระบบ Plug-in Chips: ใส่ชิปผิดชีวิตเปลี่ยน

จุดเด่นอีกอย่างของ NieR คือ ระบบ Plug-in Chips – เหมือนการใส่ไอเทมเสริมในตัวละคร

  • เรามีช่องความจุ (Capacity)
  • ชิปแต่ละชิ้นใช้พื้นที่ไม่เท่ากัน
  • เราเลือกได้ว่าจะยัดอะไรลงไปบ้าง

ตัวอย่างชิปเช่น

  • เพิ่มเลือด
  • เพิ่มดาเมจโจมตี
  • เพิ่มโอกาสดรอปของ
  • ทำให้เห็นดาเมจเป็นตัวเลข
  • เพิ่มโอกาสดรอปเงิน ฯลฯ

และมีชิประดับ “ฮาแต่เจ็บจริง” เช่น ชิป UI ที่ถอดออกไม่ได้เลย เช่น

  • ชิปแสดง HP – ถ้าถอดออกไป เราจะไม่เห็นหลอดเลือดตัวเองบนจอ
  • ชิปมินิแมป – ถอดแล้วหลงเลยจ้า
  • แถมยังมีชิป “OS” ของตัวละคร ที่ถ้าดึงออก = ตายเกมโอเวอร์ทันที (เกมก็เตือนแล้ว แต่ถ้าเราอยากลองดึง มันก็ให้ลอง…)

การจัดชิปจริง ๆ เป็นเหมือนการเล่น Tetris เล็ก ๆ ว่าจะจัดให้ช่องพื้นที่ที่มีถูกใช้คุ้มแค่ไหน สายท่าเยอะ สายเก็บเลเวล สายฟาร์มของ จะจัดคนละแบบ


ตัวละครหลัก: 2B, 9S, A2 และแก๊ง YoRHa

เกมนี้จะไม่ปังขนาดนี้ถ้าตัวละครไม่ตราตรึง

2B – ความนิ่งที่ซ่อนอะไรไว้เยอะกว่าที่พูด

  • ภายนอก: สงบ เท่ พูดน้อย ทำงานตามคำสั่ง YoRHa อย่างเคร่งครัด
  • ภายใน: ยิ่งเล่นไป ยิ่งเห็นว่ามีความรู้สึกซ่อนอยู่เยอะมาก

ความสัมพันธ์ระหว่าง 2B กับ 9S เป็นแกนหนึ่งของเนื้อเรื่อง ที่ทั้งน่ารัก ปวดใจ และชวนตั้งคำถามว่า

“ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ ‘ทำตามคำสั่ง’ กับสิ่งที่เริ่ม ‘มีหัวใจ’ มันควรจบยังไง?”

9S – สายสแกนเนอร์ขี้สงสัย

  • แฮ็กได้ สำรวจข้อมูลได้
  • เป็นคนพูดเยอะ คิดเยอะ ถามเยอะ
  • ยิ่งเห็นความจริงมากเท่าไหร่ ยิ่งเปลี่ยนไปมากเท่านั้น

Route B ที่เราเล่นเป็น 9S จะทำให้เราเห็นว่า “การรู้มากเกินไป” บางทีมันก็ไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็นภาระทางใจเหมือนกัน

A2 – พี่สาวแรง ๆ สายดิบ

  • โผล่มาทีแรกจะรู้สึกว่า “เออ คนนี้คือพวกสายไม่คุยเยอะ ฟันอย่างเดียว”
  • แต่พอเนื้อเรื่องค่อย ๆ เปิด ก็จะได้เห็นอดีตที่ทำเอาหลายคนเงียบไปเลย

A2 คืออีกด้านหนึ่งของคำถามเรื่อง “ความผิด ความรับผิดชอบ ความอยู่รอด” ที่เกมโยนใส่เราอย่างแรงในช่วงท้าย ๆ

นอกจากนี้ยังมีตัวละครเสริมอย่าง

  • Pascal – หุ่นยนต์สายรักสงบ
  • Devola/Popola – ฝาแฝดปริศนาจากอดีต
  • Commander, Operator, และหน่วยอื่น ๆ

ทุกตัวไม่ได้มีไว้เติมฉากเฉย ๆ แต่มีบทบาทในธีมของเกมแทบทั้งหมด


ตารางสรุปตัวละครหลักและบทบาทในเรื่อง

ตัวละครบทบาทหลักในเนื้อเรื่องธีมที่สะท้อนออกมา
2Bทหาร YoRHa สายต่อสู้ ภายนอกนิ่ง ภายในซ่อนความรู้สึกหน้าที่ vs ความรู้สึกส่วนตัว
9Sสายสแกนเนอร์ นักสำรวจข้อมูลความรู้ vs ความเจ็บปวดจากความจริง
A2แอนดรอยด์นอกคอก อดีตมีปมความผิด, การไถ่โทษ, การอยู่รอด
PascalMachine สายรักสงบ สร้างหมู่บ้านความไร้เดียงสา, สันติภาพ, ความสูญเสีย
Commanderผู้นำ YoRHaการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ
Devola & Popolaคู่แฝดลึกลับเชื่อมอดีต–ปัจจุบันความผิดในอดีต, การชดใช้, การยืนหยัด

แค่เห็นตารางก็พอจะรู้แล้วว่า เกมนี้ไม่ได้โยนตัวละครมาเฉย ๆ แต่ให้แต่ละคนเป็นตัวแทนคำถามใหญ่ ๆ บางอย่างเสมอ


ธีมปรัชญา: คนคืออะไร ตัวตนคืออะไร ชีวิตมีไว้ทำไม

หัวใจที่ทำให้ NieR: Automata ถูกยกย่องไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องดราม่า แต่คือคำถามที่ฝังอยู่ในทุกชั้นของเกม

ตัวอย่างธีมที่เกมเล่นด้วย เช่น

  • ถ้าสิ่งที่เราเรียกว่า “ชีวิต” คือข้อมูลชุดหนึ่งที่ก็อปปี้และรีเซ็ตได้ไม่จำกัด… ความตายยังมีความหมายเหมือนเดิมไหม?
  • ถ้าแอนดรอยด์และเครื่องจักรเริ่ม “รู้สึก” รัก กลัว โกรธ เหงา ได้เหมือนมนุษย์ เราจะยังกล้าพูดไหมว่าพวกเขาเป็นแค่เครื่องมือ?
  • ถ้าเป้าหมายที่เราสู้เพื่อมันมาโดยตลอด กลายเป็น “ภาพลวงตา” … เราจะทำยังไงต่อ?

ระหว่างที่เราเล่นเกมลุย ๆ ยิง ๆ ฟัน ๆ เกมก็จะแอบโยนคำถามพวกนี้มาเรื่อย ๆ แบบไม่สั่งสอน แต่ทำให้เรารู้สึกเอง


NieR: Automata กับสายลุ้นในโลกจริง

ในเกม เรา “ลุ้น” หลายอย่างในทุกนาที

  • ลุ้นว่าบอสที่ดูกินเราแน่ ๆ รอบนี้จะล้มให้ไหม
  • ลุ้นว่าบิลด์ชิป–อาวุธที่จัดมาจะเอาอยู่หรือเปล่า
  • ลุ้นว่าเกมจะหักมุมอะไรอีกใน Route ถัดไป

ฟีลมันไม่ต่างจากคนที่ชอบลุ้นอะไรในชีวิตจริง ไม่ว่าจะลุ้นงาน ลุ้นผลสอบ หรือลุ้นบันเทิงแนวเดิมพันผ่านช่องทางที่คุ้นชื่ออย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด ซึ่งจริง ๆ หลักคิดเดียวกันเลยคือ

  • อย่าทุ่มทุกอย่างในครั้งเดียว เพราะ NieR สอนเราแล้วว่าบางครั้ง “ข้อมูลที่ไม่ครบ” ทำให้การตัดสินใจพัง
  • ต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ มีความเสี่ยงแค่ไหน
  • ถ้าวันไหนเริ่มเครียดมากกว่าเริ่มสนุก แสดงว่ามันเลยเส้น “เกม/ความบันเทิง” ไปแล้ว

NieR เล่าเรื่องให้เราเห็นว่า “การหลับหูหลับตาทำตามคำสั่ง” ก็อันตรายพอ ๆ กับ “การทำทุกอย่างตามใจทันทีโดยไม่คิด” เลยเอามาใช้กับชีวิตจริงได้แบบตรง ๆ เลยเหมือนกัน


สไตล์ภาพและดนตรี: โลกที่หม่น แต่งดงามมาก

งานภาพ

แม้จะไม่ได้กราฟิกโหดระดับเกม AAA ยุคใหม่ แต่บรรยากาศของ NieR คือ แข็งแรงมาก

  • เมืองร้างมีเถาวัลย์ปกคลุม
  • ทะเลทราย ที่มีซากตึกโผล่มาให้คิดถึงอดีต
  • ป่าที่ต้นไม้ล้อมปราสาทร้างกลางเขียวขจี
  • สวนสนุกที่สว่างไสว แต่แฝงความโดดเดี่ยวของเหล่า Machine

ทุกฉากให้ฟีลเหมือน “โลกที่เคยมีชีวิต แต่เหลือแค่ความทรงจำ”

ดนตรี

เพลงของ NieR คือระดับตำนาน

  • เพลงอย่าง “City Ruins”, “A Beautiful Song”, “Weight of the World” ถูกเอาไปเปิดวนใน YouTube กันเป็นล้านวิว
  • เพลงแต่ละฉากไม่ได้แค่สวย แต่ช่วยเล่าเรื่องต่อ เช่น เพิ่มเสียงร้องตอนบอสเข้าช่วงดราม่า หรือเปลี่ยนดนตรีบางฉากให้ผิดปกติ เพื่อให้เรารู้ว่า “มีอะไรไม่ปกติเกิดขึ้น”

ตอนจบเกม หลายคนถึงขั้นบอกว่า “แค่เพลงก็ตีหัวใจจนเงียบไปเลยพักใหญ่”


เหมาะกับคนแบบไหน?

สายเนื้อเรื่อง–ดราม่า–อินง่าย

ถ้าคุณชอบเกมที่

  • เนื้อเรื่องมีอะไรมากกว่าดี vs เลว
  • ตัวละครมีมิติ มีปม มีความขัดแย้งในตัวเอง
  • มีประโยคให้เก็บไปคิดต่อหลังปิดเกม

NieR: Automata คือของคุณแน่นอน

สายแอ็กชันที่อยากได้มากกว่าฟันมัน ๆ

  • ชอบเกมที่ต่อสู้มัน แต่ไม่ต้องยากระดับโซลส์
  • ชอบเกมที่จังหวะการหลบ การฟัน การยิง Pod ช่วยให้รู้สึก “คอมโบลื่น ๆ”

เกมนี้ไม่ได้ยากโหดจัด (ยกเว้นบางโหมด) แต่ก็ไม่ได้ง่ายถึงขั้นกดมั่วแล้วจบ ต้องมีสมาธิอยู่พอสมควร

สายปรัชญา–ชอบวิเคราะห์

ถ้าเคยอ่านนิยายไซไฟ ชอบงานที่ตั้งคำถามกับ “ความเป็นมนุษย์” หรือเคยอินกับงานอย่าง Ghost in the Shell, Evangelion, Serial Experiments Lain อะไรแนวนั้น เกมนี้จะโดนใจมาก

คนที่อยากลองเกมที่ “จบแล้วรู้สึกว่าได้อะไรบางอย่างกลับมา”

ไม่ใช่ทุกเกมที่จะทำให้เรารู้สึกว่าพอจบแล้วเราเปลี่ยนมุมมองบางอย่างในชีวิตไปนิดนึง แต่ NieR: Automata ทำแบบนั้นได้กับคนจำนวนมาก


Tips มือใหม่ที่อยากเริ่ม NieR: Automata

ไม่ต้องกลัวเรื่อง “หลาย Route” ให้คิดว่าเป็นซีรีส์หลายตอน

  • เล่น Route A จบ → เรียกว่าจบ “ซีซัน 1”
  • Route B → ซีซัน 2 ที่เล่ามุมของอีกคน
  • C/D/E → คือภาคต่อจริง ๆ

อย่าคิดว่าเกมบังคับให้เราเล่นซ้ำเรื่องเดิมเฉย ๆ เพราะทุก Route มีข้อมูลใหม่ มุมมองใหม่ และช่วงท้ายคือเนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน

ปรับความยากให้เหมาะตัวเอง

เกมมีระดับความยากให้เลือก

  • Easy / Normal / Hard / Very Hard
  • ถ้าอยากเน้นเนื้อเรื่อง ไม่ได้อยากเครียดเรื่องคอมแบตมาก แค่ Normal ก็พอ
  • ถ้าเป็นสายเมนฮาร์ดคอร์อยากทดสอบตัวเองก็ลอง Hard ได้ แต่ Very Hard โหดมาก ตายทีคือจบเลย แบบไม่ขำ

การลดความยากไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะสาระของเกมนี้อยู่ที่การเล่าเรื่องกับการสำรวจโลกเยอะมาก

อ่าน Weapon Story ถ้ามีเวลา

เวลาคุณอัปเกรดอาวุธแต่ละชิ้น

  • จะมีช่องเรื่องเล่า 4 ตอน
  • อัปเกรดทีละระดับจะปลดล็อกหนึ่งตอน

เรื่องเล่าเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจโลกของเกมลึกขึ้น ตั้งแต่เรื่องการใช้ชีวิตของคนสมัยก่อน ไปจนถึงคำสาปแปลก ๆ ที่ติดอยู่กับอาวุธแต่ละชิ้น

อย่าลืมเก็บ Side Quest ที่น่าสนใจ

Side Quest ใน NieR ไม่ใช่แค่ “ไปเก็บของกลับมา”

  • หลายเควสต์มีบทสรุปที่ดาร์กมาก
  • บางเควสต์ทำให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งของ Machine หรือแอนดรอยด์
  • บางเควสต์เชื่อมกับธีมใหญ่ ๆ ของเรื่อง

ไม่ต้องเก็บทุกเควสต์ก็ได้ แต่ลองอ่านดู เควสต์ไหนดูน่าสนใจ ลองทำดูแล้วจะไม่เสียใจ

บริหาร Emotion ตัวเองด้วย

ยอมรับตรง ๆ ว่า NieR: Automata มีฉาก/ช่วงที่ “บีบใจ” อยู่เยอะ

  • ถ้าวันไหนอารมณ์ไม่ค่อยไหว เครียดจากชีวิตจริงมาเยอะ อาจแบ่งเล่นเป็นช่วง ๆ
  • อย่าฝืนพาตัวเองเข้าไปในฉากหนัก ๆ ตอนจิตใจไม่พร้อม เดี๋ยวจะยิ่งจม

คิดซะว่าเหมือนดูซีรีส์ดราม่าเข้ม ๆ ระดับหนึ่ง ต้องรู้จังหวะพักเหมือนกัน


FAQ: คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ NieR: Automata

Q: ไม่เคยเล่น Nier ภาคเก่ามาก่อน เล่น NieR: Automata เลยได้ไหม?
ตอบ: ได้เลย ไม่มีปัญหา เกมถูกออกแบบให้เล่นเดี่ยว ๆ แล้วเข้าใจได้เอง แค่ถ้าเคยเล่น/รู้เรื่องภาคก่อน (เช่น Nier Replicant) บางจุดจะมี “อีสเตอร์เอ้ก” ให้ว้าวเพิ่มขึ้น แต่ไม่จำเป็นสำหรับความเข้าใจหลัก ๆ


Q: เกมนี้ยากไหม ถ้าไม่เก่งเกมแอ็กชันจะเล่นได้รึเปล่า?
ตอบ: ตัวเกมมีโหมด Easy และยังมี “Auto Chip” ที่ช่วยให้ตัวละครโจมตี/หลบอัตโนมัติบางส่วนได้ ถ้าเป้าหมายคุณคือเสพเนื้อเรื่องกับบรรยากาศ เกมก็เปิดทางให้เล่นแบบชิล ๆ อยู่ ส่วนถ้าอยากท้าทายก็มี Hard, Very Hard ให้ลอง


Q: ต้องเล่นให้จบทุก Ending ไหม ถึงจะเรียกว่า “จบจริง”?
ตอบ: Ending ในเกมมีหลายตัวมาก (A–Z) แต่ส่วนใหญ่เป็น Ending แซว ๆ / จบฮา ๆ สำหรับการทำอะไรแปลก ๆ อย่างเช่น กดหนีจากฉากสำคัญ แต่ “เนื้อเรื่องหลัก” ที่ควรเล่นให้จบจริง ๆ คือ Ending A, B, C, D, E ถ้าไปถึง E แล้วจะรู้สึกว่า “โอเค จบจริงแล้ว”


Q: ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเล่นจบทั้งหมด?
ตอบ: แล้วแต่คน แต่โดยเฉลี่ยคือ

  • ถ้าเล่นแบบเน้นเมนหลัก + Ending สำคัญ ๆ ประมาณ 30–40 ชั่วโมง
  • ถ้าเก็บ Side Quest เยอะ อ่าน lore ไปด้วย อาจพุ่งไป 60+ ชั่วโมงอย่างสบาย ๆ

Q: ภาษาอังกฤษไม่เก่ง จะเล่นสนุกไหม?
ตอบ: เนื้อเรื่องของเกมใช้ภาษาไม่ยากเท่าหนังสือวิชาการ แต่ก็มีคำเชิงปรัชญาอยู่บ้าง ถ้าอ่านอังกฤษพอได้ (ระดับอ่านซับอนิเมะไหว) ก็น่าจะเอาอยู่ หรือถ้าเล่นเวอร์ชันที่มีซับภาษาไทย/ภาษาที่ถนัดได้จะดีมาก เพราะจุดแข็งของเกมคือบทพูดกับข้อความต่าง ๆ นี่แหละ


Q: นิยมเล่นบนแพลตฟอร์มไหน?
ตอบ: แล้วแต่สะดวกเลย ตัวเกมมีทั้งบนคอนโซลและพีซี ถ้าอยากได้เฟรมเรตดี ๆ ปรับแต่งได้เยอะ พีซีจะยืดหยุ่นกว่า แต่ถ้าชอบนั่ง/นอนเล่นชิล ๆ บนโซฟา คอนโซลก็เหมาะสุด


Q: เกมนี้เหมาะกับเด็กเล็กไหม?
ตอบ: โดยรวมไม่ค่อยเหมาะ เพราะมีธีมดาร์ก ความรุนแรง และประเด็นที่ค่อนข้างหนักทางอารมณ์ เหมาะกับวัยรุ่นขึ้นไปที่พอเข้าใจเรื่องปรัชญา/การตั้งคำถามเรื่องชีวิตบ้างแล้วมากกว่า


Q: ถ้าฉันเป็นสาย “ลุยอย่างเดียว ไม่ชอบอ่าน” ควรเล่นไหม?
ตอบ: ถ้าคุณโฟกัสแต่เกมเพลย์อย่างเดียว NieR: Automata ก็ยังเป็นแอ็กชันมัน ๆ ที่เล่นเพลินได้ แต่ความดีงามจะหายไปเกินครึ่ง เพราะเสน่ห์หลักของเกมคือเนื้อเรื่อง ตัวละคร และคำถามที่มันโยนให้เรา ถ้าเปิดใจอ่าน/ฟังบ้าง จะคุ้มมาก


บทสรุป: ทำไม NieR: Automata เกมแอ็กชัน RPG เนื้อเรื่องลึก ถึงควร “ให้โอกาส” อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตเกมเมอร์

สุดท้ายแล้ว ถ้าถามว่าอะไรทำให้ NieR: Automata เกมแอ็กชัน RPG เนื้อเรื่องลึก ยังถูกพูดถึงต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ คำตอบคงไม่ได้มีแค่ข้อเดียว

มันคือการผสมกันของ

  • เกมเพลย์ที่สนุกจริง ไม่ใช่แค่ “ต้องทนเล่นเพื่อดูเนื้อเรื่อง”
  • โลกที่หม่นแต่สวยงาม เต็มไปด้วยซากความทรงจำของสิ่งที่เคยมีชีวิต
  • ตัวละครที่ทั้งน่ารัก น่าเอ็นดู และน่าเจ็บปวดพร้อมกัน
  • ดนตรีที่โอบกอดหัวใจกับฉากสุดท้ายแบบที่หลายคนไม่มีวันลืม
  • และคำถามเบา ๆ แต่หนักแน่น ที่กระซิบถามเราว่า “ถ้าชีวิตของนายต้องเริ่มใหม่ซ้ำ ๆ นายจะยังเลือกทำสิ่งเดิมอยู่ไหม?”

เกมนี้อาจไม่ใช่เกมที่เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ ทุกวัน บางช่วงมันดาร์ก บางช่วงมันบีบ บางช่วงมันทำให้เราต้องหยุดเงียบ ๆ แล้วปล่อยให้เพลงพาไป แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ให้บางอย่างกลับมาเสมอ — ความเข้าใจตัวเองมากขึ้นนิดนึง ความอ่อนโยนต่อคนอื่นมากขึ้นอีกหน่อย และความรู้สึกว่า “ต่อให้โลกจะหม่นแค่ไหน การเลือกเล็ก ๆ ของเราก็ยังมีความหมาย”

ในโลกจริง เราอาจไม่ได้ต้องสู้กับเครื่องจักรเหมือน 2B กับ 9S แต่เราก็มี “ศัตรู” ของตัวเองทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นความเครียด งาน เงิน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ความอยากลุ้นอะไรสนุก ๆ แล้วเผลอเลยลิมิตตัวเอง ถ้าคุณเลือกจะผ่อนคลายด้วยการดูบอล ลองเกมใหม่ หรือส่องอะไรเพลิน ๆ ผ่านแพลตฟอร์มที่ตัวเองคุ้นเคยอย่าง สมัคร UFABET สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่จะชนะหรือแพ้ทุกครั้ง แต่คือการไม่ทิ้งหัวใจและสติของตัวเองไว้ข้างหลัง เหมือนที่ NieR พยายามบอกเราซ้ำ ๆ ว่า “สิ่งที่ทำให้เรายังเป็นเรา” ไม่ใช่ร่างกายหรือข้อมูล แต่คือการเลือกที่เราทำในทุก ๆ วัน

ถ้าวันไหนรู้สึกว่าชีวิตมันหม่น ๆ หน่อย เหมือนโลกในเกมที่เต็มไปด้วยซากตึกกับทราย ลองให้โอกาสตัวเองหยิบ NieR: Automata ขึ้นมาเล่นดูสักรอบ บางทีในระหว่างที่คุณวิ่งลุยหุ่น ยิงกระสุนหลบเป็นบูลเล็ตเฮล ฟังเพลงเพราะ ๆ ไปด้วย คุณอาจจะเจอคำตอบเล็ก ๆ บางอย่างที่ทำให้เช้าวันถัดไปของคุณอ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้นนิดนึงก็ได้ 💿🖤🌫️