ถ้าพูดถึงเกม JRPG ยุคใหม่ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนใช้ชีวิตอีกชีวิตหนึ่งจริง ๆ ทั้งเรียนหนังสือ เที่ยวเมือง จีบเพื่อน อ่านหนังสือเตรียมสอบ ไปจนถึงตอนกลางคืนแปลงร่างเป็นหัวขโมยหัวใจออกปล้นความชั่วของผู้ใหญ่ในสังคม ชื่อของ Persona 5 Royal เกม JRPG วางแผนชีวิตวัยรุ่น ต้องติดลิสต์แน่นอน เกมที่เริ่มต้นด้วยความ “โดนใส่ร้าย” ของเด็กม.ปลายคนหนึ่ง แต่จบลงด้วยการพาเราไปตั้งคำถามกับสังคมทั้งใบว่าอะไรคือ “ผิดจริง” อะไรคือ “ผิดเพราะคนมีอำนาจบอกว่าอย่างนั้น”

ระหว่างที่เรากำลังจัดตารางชีวิตในแต่ละวันว่าจะอ่านหนังสือดี ออกเดทย์ดี หรือไปลงดันเจี้ยนดี หลายคนก็มีอีกโหมดลุ้นในชีวิตจริงของตัวเองอยู่เหมือนกัน เช่น ลุ้นผลบอล ลุ้นกีฬา หรือลุ้นเกมออนไลน์นิด ๆ หน่อย ๆ ผ่านแพลตฟอร์มที่คุ้นชื่ออย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด ไว้สลับอารมณ์จากการตีบอสเป็นลุ้นสกอร์ในสนามจริง แต่ไม่ว่าเราจะวางแผนชีวิตในเกมหรือวางแผนลุ้นอะไรในโลกจริง สิ่งที่เหมือนกันคือ “ต้องรู้ลิมิตตัวเอง” ไม่อย่างนั้นชีวิตจะกลายเป็น Social Link ที่ค่าความเครียดเต็มหลอดได้ง่ายมาก 😅
ทำความรู้จัก Persona 5 Royal แบบเข้าใจเร็ว
Persona 5 Royal คือเวอร์ชันอัปเกรด/ขยายจาก Persona 5 ภาคหลัก เพิ่มทั้งตัวละครใหม่ เนื้อเรื่องใหม่ ภาคการเรียนใหม่ (เทอม 3) และระบบเสริมให้เกมสมบูรณ์กว่าเดิม
ภาพรวมคือ
- เกม JRPG เทิร์นเบส + ระบบวางแผนชีวิตประจำวัน
- ธีม “หัวขโมยหัวใจ” – เด็กม.ปลายก่อตั้งแก๊ง Phantom Thieves ลอบเข้าไปใน “หัวใจ” ของผู้ใหญ่เน่า ๆ เพื่อล้วงความชั่วและบังคับให้สำนึกผิด
- เล่นเป็นพระเอกนามสมมติ Joker – เด็กที่ถูกใส่ร้ายจนต้องย้ายโรงเรียน กลายเป็นแกนกลางของแก๊งหัวขโมยในโลก Metaverse
- สลับชีวิตสองโหมดชัดเจน:
- กลางวัน: ชีวิตเด็กม.ปลายในโตเกียว – เรียน เที่ยว ทำงานพิเศษ สร้าง Social Link
- กลางคืน: บุก Palace / ดันเจี้ยนในโลกจิตใจของผู้ใหญ่เลว ๆ
Persona 5 Royal ไม่ใช่แค่ “ภาคเสริม” แต่เหมือน Take 2 ที่ทีมงานใส่ของเพิ่มจนกลายเป็นเวอร์ชันที่หลายคนเรียกว่า ตัวเลือกที่ดีที่สุด ถ้าจะเริ่ม Persona 5 วันนี้
เนื้อเรื่อง: จากเด็กโดนใส่ร้าย สู่ผู้นำแก๊ง Phantom Thieves
จุดเริ่มต้นของ Persona 5 Royal เกม JRPG วางแผนชีวิตวัยรุ่น ไม่ได้สวยหรูเลย
- พระเอกเข้าไปช่วยผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกคุกคาม
- ดันโดนคนมีอำนาจใช้เส้น “กลับคำให้การ” แล้วโยนความผิดใส่เรา
- ผลคือ “มีประวัติอาชญากรรม” ทั้งที่ตั้งใจช่วยคน
- ถูกไล่ออกจากโรงเรียน ต้องย้ายมาอยู่บ้านรับเลี้ยงของ Sojiro ในโตเกียวและเข้าเรียนที่ Shujin Academy แบบเด็กมีประวัติ
แค่นั้นชีวิตก็พังพอแล้ว แต่เกมไม่หยุดแค่นั้น เพราะไม่นานเขาก็
- พบแอปประหลาดในมือถือ
- หลุดเข้าไปในโลก Metaverse
- ตื่นรู้พลัง Persona – ตัวตนที่แท้จริงในจิตใจ(เวอร์ชันเท่จัด)
ต่อจากนั้นคือการรวมตัวของกลุ่มเด็กม.ปลายที่รู้สึกว่า “โลกจริงมันเน่าเกินทน”
- ครูพละหื่นกาม
- ผู้บริหารเฮงซวย
- คนมีอำนาจในสังคมที่ใช้คนเป็นเครื่องมือ
เลยก่อตั้ง Phantom Thieves of Hearts – แก๊งหัวขโมยที่ไม่ได้ขโมยของจริง แต่เข้าไปขโมย “Treasures” ในหัวใจของคนเลว ๆ เพื่อเปลี่ยนตัวตนของพวกเขาให้สำนึกผิดและเปิดโปงตัวเอง
เนื้อเรื่องไม่ได้มีแต่ความเท่ แต่เต็มไปด้วยคำถามเรื่อง
- ความยุติธรรม
- การใช้อำนาจ
- ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง
แบบที่พอเราเล่นไปถึงช่วงหลัง ๆ จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เกมวัยรุ่นใส่หน้ากากเท่ ๆ แล้วไปเต้นบนหลังคาตึกเฉย ๆ เลย
โครงสร้างชีวิตสองโลก: โรงเรียน vs Metaverse
เสน่ห์ใหญ่ของ Persona 5 Royal คือการทำเรารู้สึกว่า “มีสองชีวิตในหนึ่งวัน”
ชีวิตเด็กม.ปลาย
ในแต่ละวัน (เกมใช้ระบบปฏิทิน) เราต้องจัดการเวลา เช่น
- เช้า–บ่าย: ไปโรงเรียน มีคาบเรียน/ตอบคำถามในห้อง
- หลังเลิกเรียน: นัดเพื่อนเที่ยว ทำเควสต์ Social Link ทำงานพิเศษ
- กลางคืน: อ่านหนังสือ ดูหนัง ฝึกสเตตัส ไปช่วยงานที่ร้านกาแฟ ฯลฯ
กิจกรรมทั้งหลายมีผลกับ
- ค่าสเตตัสตัวละครเช่น
- Knowledge (ความรู้)
- Charm (เสน่ห์)
- Guts (ความกล้า)
- Proficiency (ความชำนาญ)
- Kindness (ความใจดี)
- ความสัมพันธ์กับเพื่อน (Confidant) ที่จะปลดล็อกสกิลพิเศษเอาไปใช้ในดันเจี้ยนได้
มันเลยไม่ใช่แค่ “ไปโรงเรียนเพื่อให้เนื้อเรื่องเดิน” แต่เป็นการวางแผนชีวิตจริง ๆ ว่าวันนี้จะลงทุนเวลาไปกับใครหรืออะไรดี
ชีวิต Phantom Thieves
เมื่อทุกอย่างพร้อม – ทั้งเพื่อน ทั้งพลัง Persona ทั้งเวลา – เราก็จะเริ่ม “โจรกรรมหัวใจ”
- บุกเข้า Palace – ดันเจี้ยนที่เกิดจากหัวใจบิดเบี้ยวของเป้าหมาย
- แก้ Puzzle / หาทางลัด / สู้มอนสเตอร์
- มุ่งหน้าไปถึง Treasure แล้วส่ง “คำเตือน” ให้เป้าหมาย
- รอผลในโลกจริงว่าเขาจะเปลี่ยนไปยังไง
จังหวะบริหารเวลาเลยเข้มมาก
- จะเข้า Palace วันนี้เลย หรือจะไปสร้าง Social Link เพื่อเตรียมทีมให้เก่งก่อนดี?
- เวลาในปฏิทินเดินหน้าเสมอ แปลว่า “วันหนึ่งมีแค่ 1-2 แอ็กชัน” เลือกอะไรผิดไป อาจพลาดบางฉาก/บางความสัมพันธ์ได้
ความรู้สึกใกล้ ๆ กับการวางแผนลงทุน หรือลุ้นอะไรในโลกจริง – ถ้าเราใช้วันที่ควรอ่านข้อมูล ไปลงมือแบบไม่คิดให้ดี ก็มีโอกาสเจ็บหนักกว่าเดิม เช่นเดียวกับเวลาคนไปลุ้นผ่านแพลตฟอร์มอย่าง สมัคร UFABET ถ้าใจร้อนเกิน “Joker ใช้ All-Out Attack ตลอดเวลาโดยไม่อ่านสถานการณ์” ก็มีสิทธิ์โดนเกมสวนจนกลายเป็น Game Over ได้เหมือนกัน 😅
ตารางสรุปชีวิตหนึ่งวันใน Persona 5 Royal
เพื่อให้เห็นภาพว่าเกมมัน “วางแผนชีวิต” แค่ไหน ลองดูตารางตัวอย่างวันนึงแบบคร่าว ๆ
| ช่วงเวลา | กิจกรรมที่ทำได้ (ตัวอย่าง) | ผลระยะยาวที่มีต่อเรา |
|---|---|---|
| เช้า | นั่งรถไฟไปโรงเรียน อ่านหนังสือบนรถไฟ | เพิ่มสเตตัส (เช่น Knowledge/Charm) |
| ช่วงเรียน | ฟังครู–ตอบคำถามในห้อง | ถ้าตอบถูกเพิ่ม Knowledge / ได้ Trophy เล็ก ๆ |
| หลังเลิกเรียน | นัดเพื่อนไปคาเฟ่, ทำเควสต์ Confidant, ลงดันเจี้ยน (บางวัน) | เพิ่มเลเวล Persona / ปลดล็อกสกิล Confidant |
| เย็น–ค่ำ | ทำงานพิเศษ, ดูหนัง, ฝึกทำกาแฟ | ได้เงินเพิ่ม, เพิ่มค่าสเตตัส, ปลดล็อกเมนู |
| ดึก | บางเหตุการณ์เนื้อเรื่องพิเศษ / นอน | วันใหม่เริ่ม พร้อมปฏิทินเดินหน้าต่อไป |
อ่านแค่ตารางก็รู้แล้วว่าคนเล่นต้องกลายเป็น “ผู้จัดการชีวิต Joker” แบบเต็มตัวจริง ๆ
ระบบต่อสู้: Turn-based ที่เร็ว เท่ และต้องใช้หัว
แม้จะเป็นเทิร์นเบส แต่ Persona 5 Royal ทำจังหวะให้ “ลื่น” มาก
จุดอ่อน & One More
ศัตรูแต่ละตัวมีจุดอ่อนชัด เช่น
- แพ้ไฟ
- แพ้น้ำแข็ง
- แพ้สายฟ้า
- แพ้กายภาพ ฯลฯ
ถ้าเราตีถูกจุดอ่อน
- ศัตรูล้ม → เราได้เทิร์นเพิ่ม (One More)
- ถ้าเราทำให้ศัตรูทุกตัวล้มพร้อมกัน → เข้าโหมดเจรจาหรือ All-Out Attack
เจรจากับ Shadow
ระบบเจรจาในซีรีส์ Persona สนุกมาก
- ถ้าคุยเก่ง → ศัตรูอาจยอมมาเป็น Persona ให้เราใช้
- ถ้าคุยพลาด → เขาอาจโกรธแล้วสวนเราหนักกว่าเดิม
แต่ละตัวมีนิสัยต่างกัน (ขี้เล่น, ซีเรียส, หัวร้อน ฯลฯ) เราเลยต้องอ่านสถานการณ์ ว่าเขาอยากได้คำตอบแบบไหน
All-Out Attack
ถ้าเราจัดท่าศัตรูล้มหมดแล้วเลือก All-Out Attack
- ทั้งทีมจะกระโดดถล่มทีเดียว
- ดาเมจแรง สไตล์เท่ รูปตอนจบยังมีภาพทีมเราโพสท่าหล่อ ๆ
รวม ๆ แล้วระบบต่อสู้ของเกมคือส่วนผสมของ
- ความคิดเชิงกลยุทธ์ – อ่านจุดอ่อนศัตรู วางลำดับการโจมตี
- ความเท่ – UI แดง–ดำ การเคลื่อนไหวลื่น เพลงมันมาก
- ความอิน – ทุก Hit ทุกเทิร์นจะมีน้ำหนัก เพราะผิดพลาดแค่ 1 รอบ ศัตรูอาจสวนกลับจนทีมเราเกือบยกพาร์ตี้ได้เลย
Persona & Velvet Room: ระบบฟิวชันหัวละลายแต่โคตรมัน
หัวใจอีกดวงของเกมคือ Persona – วิญญาณหรือตัวตนพลังพิเศษที่เราเรียกมาใช้ในการต่อสู้
- แต่ละตัวมีสกิล ธาตุ จุดอ่อน จุดแข็งต่างกัน
- เราสามารถจับมาจาก Shadow ในดันเจี้ยน (ผ่านการเจรจา)
- เอามาฟิวชันใน Velvet Room เพื่อสร้าง Persona ใหม่ที่โหดกว่าเดิม
ฟีลคล้ายผสมโปเกมอน + จัดดาดฟ้าการ์ด
- เลือก Persona A + Persona B → ได้ตัวใหม่
- ย้ายสกิลที่อยากเก็บมาจากตัวเก่า
- วางแผนว่าจะสร้างตัวสายอะไร เช่น ฮีลหลัก สายบัฟ/ดีบัฟ สายโจมตีธาตุใดธาตุหนึ่ง
ช่วงหลัง ๆ เกมจะโหดขึ้นจน “ฟิวชันดีไม่ดี = ชนะหรือแพ้” เลยทีเดียว
Royal เพิ่มอะไรจาก Persona 5 เดิมบ้าง
ใครเคยได้ยินว่า “เล่น Royal ไปเลย ไม่ต้องเล่นภาคเดิม” ก็เพราะเวอร์ชันนี้เพิ่มอะไรเยอะจริง
สิ่งสำคัญ เช่น
- ตัวละครใหม่: Kasumi Yoshizawa – นักกีฬายิมนาสติกสุดน่ารัก ที่มีบทบาทใหญ่ในเทอม 3
- ตัวละครสำคัญ: Dr. Maruki – นักจิตวิทยาโรงเรียน ผู้เปิดประเด็นใหญ่เรื่อง “ความสุขที่แท้จริง”
- ขยายเนื้อเรื่องไปเทอม 3 – เพิ่มช่วงเวลาใหม่ หลังจากตอนจบของภาคเดิม ทำให้เห็น outcome อีกแบบ
- ปรับบาลานซ์เกม – ให้ QoL ดีขึ้น เช่น เพิ่มกิจกรรม, เพิ่มสกิล Confidant ที่เวิร์กขึ้น
- เพิ่ม Palace/Dungeon, เพลงใหม่, Event ใหม่ ฯลฯ
ถ้าเปรียบ Persona 5 เดิมคือเวอร์ชันโรง ก็คงบอกว่า Royal คือ “Director’s Cut” ที่จัดเต็มทุกอย่างแบบทีมงานอยากให้เป็นจริง ๆ
จุดเด่นที่ทำให้ Persona 5 Royal เป็น JRPG ระดับขึ้นหิ้ง
สไตล์จัดจ้านตั้งแต่เมนู
UI ของเกมนี้คืออีกระดับ
- เมนูสีแดง–ดำ–ขาวจัด ๆ แต่ไม่แสบตา
- แอนิเมชันทุกหน้าลื่นไหลแบบไม่มีช่องว่าง
- แค่กด Pause menu ยังรู้สึกเท่ (จริง)
หลายเกมลอกอารมณ์นี้ไปแล้ว แต่ความลงตัวทั้งชุดยังไม่มีใครทำได้เหมือน
ดนตรี – เสียงร้อง – บรรยากาศ
เพลงอย่าง “Life Will Change”, “Last Surprise”, “Rivers in the Desert” คือระดับตำนาน
- เพลงต่อสู้แต่ละแบบฟังได้เรื่อย ๆ ไม่เบื่อ
- เพลงในเมืองกลางคืนให้ฟีลโตเกียวที่มีอะไรซ่อนอยู่ตลอดเวลา
- เพลงในฉากดราม่าท้าย ๆ มีพลังมาก จบแล้วยังนั่งฟังต่อได้ทั้งอัลบั้ม
ตัวละครที่ “เป็นคนจริง ๆ”
สมาชิก Phantom Thieves แต่ละคนมี
- บาดแผล
- ความฝัน
- ความโกรธต่อสังคมในแบบของตัวเอง
ยิ่งเราไปเจอ Social Link ของแต่ละคนมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่าเราไม่ได้แค่ “เล่นกับตัวละครในเกม” แต่เหมือนเราเป็นเพื่อนคนหนึ่งในแก๊งนั้นจริง ๆ
ตารางเปรียบเทียบ Persona 5 vs Persona 5 Royal แบบย่อ
| หัวข้อ | Persona 5 (เดิม) | Persona 5 Royal |
|---|---|---|
| เนื้อเรื่องหลัก | จบที่เทอม 2 | ขยายเนื้อเรื่องเพิ่มเทอม 3 สำคัญมาก |
| ตัวละครใหม่ | – | Kasumi, Maruki, Confidant เพิ่มหลายคน |
| ระบบเกมเพลย์ | ดีอยู่แล้ว | ปรับบาลานซ์, เพิ่มสกิล, QoL ดีขึ้น |
| ดันเจี้ยน | มีครบตามเป้า | เพิ่มพื้นที่ใหม่ + กลไกใหม่บางส่วน |
| เพลงประกอบ | โคตรดี | ดีขึ้นอีก เพิ่มเพลงใหม่เพียบ |
| ความคุ้มค่าเล่นตอนนี้ | ดี ถ้าเล่นไปแล้ว | ดีสุดสำหรับคนเริ่มใหม่หรือเล่นซ้ำแบบเต็มอารมณ์ |
ถ้ายังไม่เคยแตะภาคไหนเลย แนะนำตรง ๆ ว่าเริ่มที่ Royal ไปเลย ไม่ต้องหันหลังมองเวอร์ชันเดิมก็ได้
Persona 5 Royal เหมาะกับคนแบบไหน
สายเนื้อเรื่อง–อนิเมะ–ดราม่า
- ชอบเรื่องวัยรุ่นปะทะผู้ใหญ่
- สนใจประเด็นสังคม การใช้อำนาจ การเมืองระดับห้องเรียน–องค์กร
- อินกับคาแรกเตอร์แบบอนิเมะญี่ปุ่น – แอบเกรียน แอบดราม่า แต่มีโมเมนต์จริงใจ
สายวางแผน–จัดเวลา
- ชอบเกมที่ให้เราจัดตารางชีวิตเอง
- อินกับการเก็บสเตตัสแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ชอบนั่งคิดว่า “วันนี้ใช้ Action ไปกับอะไรดีถึงจะคุ้มสุด”
สาย JRPG เทิร์นเบส
- ชอบฟาร์มเลเวล ฟาร์มสกิล
- ชอบออกแบบทีม จัดสมดุลธาตุ–สกิล
- ชอบต่อสู้แบบอ่านจุดอ่อนแล้วรุมตีอย่างมีจังหวะ
สายลุ้นเบา ๆ แต่คิดหนัก
ฟีลเวลาเล่น Persona 5 Royal ไม่ได้ต่างจากเวลาคนไปลุ้นอะไรกีฬา/ตัวเลขในโลกจริงมากนัก
- ต้องอ่านข้อมูล
- ต้องวางแผน
- ต้องยอมรับความเสี่ยงที่เลือกเอง
ต่างกันตรงที่ในเกม ต่อให้โดนบอสล้างพาร์ตี้ เราโหลดเซฟใหม่ได้ แต่ในโลกจริงถ้าวันไหนคุณอยากลองไปลุ้นอะไรผ่านแพลตฟอร์มแบบ ยูฟ่าเบท สิ่งที่ต้องมีเพิ่มจากสกิลวางแผนในเกมคือ “ลิมิตเงิน” ที่ห้ามข้าม ไม่ว่าจะลุ้นชนะหรือแพ้ก็ตาม
Tips มือใหม่ Persona 5 Royal
ไม่ต้องเครียดว่าจะเก็บทุกอย่าง 100% รอบแรก
เกมนี้ใหญ่และยาวมาก รอบแรกเล่นให้ “อินและเข้าใจเรื่อง” ก่อน
- อยากจีบใครก็ลองไปสายที่ชอบ
- พลาด Confidant บางคนไปบ้างก็ไม่เป็นไร
- ถ้ารักมากค่อยกลับมาเล่น NG+ เพื่อเก็บทุกอย่างทีหลัง
ให้ความสำคัญกับ Confidant ที่มีผลในดันเจี้ยน
Confidant บางคนจะให้สกิลที่มีผลกับการต่อสู้/ดันเจี้ยน เช่น
- เพิ่ม EXP
- เพิ่มโอกาสหลบ/คริติคอล
- ช่วยให้เราฟิวชัน Persona แปลก ๆ ได้
ลองอ่านดูว่าใครมีสกิลสายต่อสู้ แล้วให้เวลากับเขาหน่อย จะช่วยให้ชีวิตใน Palace ง่ายขึ้นเยอะ
อย่ากลัวการฟิวชัน Persona
มือใหม่หลายคนกลัว “เสียดาย” Persona ตัวเก่าเลยไม่กล้าฟิวชัน
- แท้จริงแล้วเกมออกแบบมาให้เราเปลี่ยน Persona เรื่อย ๆ
- พยายามมี Persona ให้ครอบคลุมหลายธาตุ
- ใช้ฟีเจอร์ฟิวชันที่เกมแนะนำ (recommended fusion) เป็นจุดเริ่มต้นก็ยังได้
อย่าใช้วันโดยไม่คิด
ทุกวันคือหนึ่งโอกาส
- ถ้ารู้ว่าจะต้องลง Palace ในอีกไม่กี่วัน – ลองเตรียมของ/สกิลให้พร้อมก่อน
- ถ้ามี Social Link ที่ใกล้อัปเลเวลขึ้น – ให้ความสำคัญก่อนกิจกรรมอื่นบ้าง
ความรู้สึกจะเหมือนชีวิตจริงที่ถ้าเราใช้วันหนึ่งไปแบบเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้าเราวางแผนดีหน่อย ผลระยะยาวมันต่างกันเยอะ
ใช้ระดับความยากให้เป็นประโยชน์
Persona 5 Royal ให้เปลี่ยนความยากกลางเกมได้
- ถ้าเริ่มรู้สึกว่าบอสหนักไป → ลดลงนิดให้ทันเกม
- ถ้าเริ่มเก่งแล้วอยากได้ความท้าทาย → ปรับขึ้นทีหลัง
ไม่ต้องรู้สึกผิดที่เล่น Normal หรือ Easy เกมนี้ไม่ใช่การสอบเข้ามหาลัย แค่มาเล่าเรื่องดี ๆ ผ่านระบบที่เข้มข้นเฉย ๆ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Persona 5 Royal
Q: ไม่เคยเล่น Persona ภาคไหนมาก่อน เริ่มที่ Persona 5 Royal เลยโอเคไหม?
ตอบ: โอเคมาก แต่ละภาคของ Persona เป็นเรื่องคนละชุดกัน เริ่มที่ Royal ได้เลยเต็ม ๆ แค่ถ้าติดใจก็ค่อยไปย้อนภาคเก่าอย่าง 3, 4 ต่อได้
Q: Persona 5 กับ Persona 5 Royal ต่างกันเยอะจนต้องเล่นทั้งคู่ไหม?
ตอบ: ถ้ายังไม่เคยเล่นสักภาค แนะนำเล่น Royal อย่างเดียวพอ เพราะเป็นเวอร์ชันสมบูรณ์กว่า มีเนื้อเรื่องและระบบเพิ่มจนกลับไปเล่นภาคเดิมแล้วจะรู้สึกขาด ๆ หาย ๆ
Q: เกมยาวแค่ไหน ต้องใช้เวลากี่ชั่วโมงกว่าจะจบ?
ตอบ: ถ้าเน้นเมนสตอรี่ + Confidant สำคัญ ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 80–100 ชั่วโมง ถ้าเป็นสายเก็บละเอียด ไล่ทุก Confidant ทุกเควสต์เสริม ตัวเลขอาจไปถึง 120+ ชั่วโมงได้
Q: ถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง จะเล่นสนุกไหม?
ตอบ: เกมนี้มีบทพูดเยอะมาก ถ้าได้เวอร์ชันที่มีซับภาษาไทย/ภาษาที่ถนัดจะช่วยสุด ๆ แต่ถ้าดูอนิเมะ/อ่านซับอังกฤษพอได้ก็ยังเล่นสนุกแน่ เพราะโทนการพูดเป็นภาษาวัยรุ่น ไม่ได้ยากแบบศัพท์วิชาการหนัก ๆ
Q: ต้องเล่นให้ “ดี” เสมอไหม หรือเล่นสายเกรียนได้?
ตอบ: ในแง่ Gameplay จะไม่มีระบบ “ทำชั่ว” แบบโหด ๆ มากนัก เพราะพล็อตเกมเดินไปในทาง “หัวขโมยที่เชื่อว่าทำเพื่อความยุติธรรม” อยู่แล้ว แต่ในแง่ความสัมพันธ์/ทางเลือกบางฉาก เราก็สามารถเล่นแบบ “เกรียนนิด ๆ” ได้ แล้วแต่สไตล์เราเลย
Q: เล่นบนแพลตฟอร์มไหนดี?
ตอบ: ตอนนี้ Persona 5 Royal มีบนหลายแพลตฟอร์มแล้ว ทั้งคอนโซลและพีซี ถ้าชอบเล่นยาว ๆ สบายตา – จอใหญ่ + จอยถือคือดีมาก ถ้าชอบพกพาไปเล่นทุกที่ เครื่องพกพาบางเจ้า/พีซีพกพาก็รองรับแล้วเช่นกัน
Q: เกมนี้เน้นฟาร์มโหด ๆ ไหม หรือเล่นชิล ๆ ได้?
ตอบ: ถ้าวางแผนดี ฟิวชัน Persona เป็น ใช้จุดอ่อนศัตรูเป็นหลัก ส่วนใหญ่ไม่ต้องนั่งฟาร์มเลเวลหนักเท่า JRPG ยุคเก่า แต่ถ้ารู้สึกช่วงไหนยากไปนิด การแวะไปเก็บเลเวลเพิ่มหรือทำ Confidant ที่ช่วยเรื่องต่อสู้ก่อน ก็ทำให้เกมไหลลื่นขึ้นเยอะ
บทสรุป: ทำไม Persona 5 Royal เกม JRPG วางแผนชีวิตวัยรุ่น ถึงควรลองสักครั้งในฐานะ “อีกหนึ่งชีวิต” ของเรา
สำหรับเรา Persona 5 Royal เกม JRPG วางแผนชีวิตวัยรุ่น ไม่ได้เป็นแค่เกมตีมอนในดันเจี้ยน หรือเกมจีบเพื่อนในโรงเรียน แต่มันคือ “อีกหนึ่งชีวิต” ที่เราได้ลองเป็นเด็กคนหนึ่งที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ร้าย ทั้งที่จริง ๆ แค่พยายามช่วยคน แล้วต้องมาค่อย ๆ สร้างตัวตนใหม่ในเมืองใหญ่ที่มีทั้งคนดี คนเทา และคนเลวแบบไม่ลังเล
ตลอดร้อยชั่วโมงที่ใช้ในโตเกียวเวอร์ชัน Persona เราจะได้
- หัวเราะกับมุกเพี้ยน ๆ ของแก๊ง Phantom Thieves
- สงสัยในโลกผู้ใหญ่ที่ชอบใช้คนเป็นเครื่องมือ
- ลุ้นไปกับทุกแผนโจรกรรมหัวใจที่เสี่ยงทั้งชีวิต ทั้งชื่อเสียงของทุกคนในทีม
- และได้มองย้อนกลับมาที่ชีวิตตัวเองแบบเงียบ ๆ ว่า “เรากำลังใช้เวลาของเราไปกับอะไรอยู่บ้าง”
เหมือนกับเวลาที่บางคนสลับจากวางแผนชีวิตในเกม ไปวางแผนลุ้นอะไรในโลกจริงผ่านแพลตฟอร์มอย่าง ยูฟ่าเบท นั่นแหละ สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะอยู่ในโลกไหน สิ่งที่เราควบคุมได้จริง ๆ มีแค่การตัดสินใจของตัวเอง กับเส้นขีดจำกัดที่เราวาดไว้รอบหัวใจกับกระเป๋าตังค์ของเราเอง
ถ้าวันใดคุณรู้สึกว่าอยากมีอีกชีวิตหนึ่งที่ตื่นเช้าไปโรงเรียน กลางคืนไปปล้นหัวใจคนผิด แล้วกลับบ้านมาเปิดสมุดการบ้านแบบสวย ๆ ลองให้เวลาตัวเองกับ Persona 5 Royal เกม JRPG วางแผนชีวิตวัยรุ่น ดูสักรอบ บางทีคุณอาจไม่ได้แค่ได้เกมดี ๆ เพิ่มหนึ่งเกม แต่ได้มุมมองใหม่เล็ก ๆ เกี่ยวกับชีวิตตัวเองติดกลับมาด้วย และนั่นแหละ…คือของขวัญที่เกมดี ๆ ให้เราได้เสมอ ❤️🎭✨